ว้าว … ไม่ได้มาเขียน Blog น๊าน นาน … เลยแว๊บมาเขียน พร้อมกับเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าเว็บใหม่ซะหน่อย
ช่วงที่ผ่านมาทำตัวไร้สาระไป(มาก)หน่อย ตอนนี้ก็เลยพยายามปรับตัวให้ดีขึ้น แหะๆ ขอเริ่มอะไรที่เป็นสาระหน่อย … เทอมนี้ก็เทอมสุดท้ายแล้วที่จะได้เรียน ลงทะเบียนแค่ 9 หน่วยกิต และหนึ่งในวิชาที่ลงคือ XML and Web Services ครับ ผมเห็นว่าเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจดี ประกอบกับเราก็ไม่ค่อยมีความรู้อะไรมากทางด้านนี้ ก็เลยจะมาเคาะสนิมสมอง
ผมไม่มีพื้นฐานทางด้านเว็บมากเท่าไรเลย โปรแกรมมิ่งก็ธรรมดาๆ พอเขียนได้ แต่ไม่เก่งมาก พอเข้าไปเรียนก็เลยยังมึนๆ หน่อย เพราะศัพท์ย่อวิชานี้เยอะมากๆ แล้วก็หาความสัมพันธ์กับความรู้ที่มีไม่ได้เลยครับ (เพราะความรู้มันมีน้อย) ผมก็เลยมาพึ่งพา wiki กับ google ช่วย แหะๆ
Web Services มีนิยามที่ลองเอาไปถามคน 10 คงได้คำตอบที่ไม่เหมือนกันอ่ะครับ แต่ถ้ารวมๆ ข้อมูลของ 10 คนนั้น จะได้แนวทางว่า มันคืออะไรครับ ผมก็พยายามลองถามเพื่อนๆ ที่เขาเคยเรียนมานะ เขาจะไม่ตอบเป็นคำนิยามแต่เขาจะอธิบาย ว่ามันประมาณนี้ประมาณนั้น เราก็ต้องค่อยๆ เก็บตุนข้อมูลไปพิจารณาเอาหล่ะครับ แต่ใน wiki เขาก็อธิบายไว้ว่า Web Services ในการนิยามโดยองค์กร W3C (World Wide Web Consortium เป็นองค์กรที่ดูแลพวกมาตรฐานของ WWW) มันคือ ระบบซอฟต์แวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานร่วมกันของเครื่องมือหนึ่งกับอีกเครื่องมือหนึ่ง ที่ทำงานร่วมกันบนเน็ตเวิร์ก Web Services ส่วนมากแล้วจะเป็นแค่ Web API เช่น Google Code ซึ่งสามารถที่จะ access ผ่านเน็ตเวิร์กเช่นอินเตอร์เน็ตได้ และรันบนระบบรีโมตที่เก็บการร้องขอ Services
เพื่อการเพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกันของ Web services ก็ได้มีอีกองค์กรหนึ่งชื่อ WS-I (The Web Services Interoperability Organization เป็นองค์กรที่เป็นความร่วมมือของบริษัทต่างๆ เช่น IBM, MS, HP, Intel and etc. โดยองค์กรนี้ ไม่ได้เป็นคนนิยามมาตรฐานของ Web Services แต่แค่ทำไกด์ไลน์และทดสอบการทำงานร่วมกันเฉยๆ) ได้ออกเอกสารภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Profiles โดย Profile คือเซตของรายละเอียดเฉพาะของแกนหลัก (SOAP, WSDL, …) ที่เจาะจงเวอร์ชั่น เช่น SOAP 1.1 และข้อมูลเพิ่มเติมที่จะช่วยจำกัดการใช้งาน (อันนี้ก็ยัง งงๆ หน่อยๆ แปลมาจาก wiki ) โดยรายละเอียดเฉพาะบางอย่างนั้นถูกพัฒนาแล้ว หรือบางอันก็กำลังพัฒนาอยู่ เพื่อที่ขยายความสามารถในการทำงานของ Web Services โดยรายละเอียดเฉพาะนี้จะเขียนด้วย WS-* ซึ่ง * จะเป็นชื่อของรายละเอียดเฉพาะ เช่น WS-Security ซึ่งจะมีนิยามการเข้ารหัส XML และ XML Signature ใน SOAP เป็นต้น
มา … พักปวดหัวแป๊ป @_@ #$%#!
Web Services อีกอย่างหนึงก็คือเซตของเครื่องมือที่สามารถถูกนำไปใช้ได้ในหลายๆทาง ซึ่งก็มีรูปแบบการใช้ทั่วๆไป 3 แบบ คือ RPC, SOA และ REST
- RPC (Remote Procedure Calls) คราวๆ จาก wiki เลย … หน่วยทำงานพื้นฐาน RPC Web Services คือ การทำงานของ WSDL ซึ่ง Tool ที่พัฒนา Web Services ช่วงแรกๆจะเน้นที่ RPC ผลที่ตามมาคือมีการนำไปใช้งานและมีการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง แต่อย่างไรก็ตามก็ยังได้รับคำวิจารณ์ว่าไม่ยืดหยุ่น เพราะว่าปกติแล้วจะ Map Services โดยตรงกับ Function หรือ Method ที่เขียนด้วยภาษาเฉพาะ ทำให้เหมือนว่าจะเป็นทางตันของ RPC และ RPC ก็ไม่ถูกอนุญาติให้นำไปใส่ใน WS-I Basic Profile
- SOA (Service Oriented Architecture) คือหลักการในการ implement Web Services โดยหน่วยการสื่อสารพื้นฐาน คือ Message (ข้อความ) แทนที่จะเป็น การทำงาน (Operation) SOA Web Services มี support จากผู้ขาย software หลักๆ ต่างจาก RPC และมีข้อจำกัดน้อยกว่า เพราะว่า เน้นทางด้าน contract ที่ WSDL ให้มาแทนที่จะเป็นรายละเอียดการ implementation ที่สำคัญ (ประมาณนั้น)
- REST (Representational state transfer) สุดท้ายแล้ว REST เป็นเหมือนการลอกเลียนการทำงานแบบ HTTP และ Protocal แบบอื่นที่คล้ายๆกัน ด้วยการกำหนดเงื่อนไขในการติดต่อประสานกับการทำงานมาตรฐาน เช่น GET, PUT, DELETE เป็นต้น อันนี้เขาบอกว่าเน้นที่การมีปฏิสัมพันธ์ของ Stateful Resources (ซึ่งคืออะไรไม่รู้) แทนที่จะเน้นด้าน Messages หรือ Operations ซึ่ง REST สามารถใช้ WSDL เขียน SOAP Messages ซึ่งนิยามการทำงานไว้ บน HTTP ได้ หรือ สามารถถูก implement เป็นแบบ Abstract ได้ด้วย WSDL 2.0 มีการรองรับการเชื่อมประสาน HTTP Request methods ทุกประเภท ซึ่งทำให้การ implement REST ทำได้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการรองรับในส่วนรายละเอียดนี้ยังคงแย่อยู่ ^_^
Web Services ในปัจจุบันเริ่มมีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ทุกวันๆ ครับ เราอาจจะมองไม่เห็นมันครับ แต่ผมว่าพวกเราใช้งานมันประจำเลย ในอนาคตต่อไป แนวโน้มของ Software ที่เป็นแผ่นๆ แบบที่เราซื้อแผ่นมา install กันคงจะน้อยลงแล้วหล่ะ เพราะมันมีข้อเสียคือต้องทำการรอรอการอัพเดตจาก Version ใหม่ๆ ใช้ไหมครับ ซึ่งเราก็ต้องซื้อ Version ใหม่เพื่อเอามาลงเครื่อง แต่แนวทางใหม่ เขาจะมองให้ Software เป็น Service ครับ ซึ่งเราสามารถเรียกใช้ได้ผ่าน WEB ดูท่าทางจะดีขึ้นใช้ไหมครับ เวลาโปรแกรมอัพเดตเราก็ไม่ต้องไปซื้อมาอัพเดต ซึ่งตอนนี้ก็มีให้เห็นมากขึ้นครับ ใครที่เริ่มศึกษาเหมือนผมนะครับ ลองเข้าไปอ่านข้อมูลบน Wiki ดู และก็สามารถที่จะไปลองเล่นของเล่น ที่ Google ได้ครับ มีของเล่นให้ลองเล่นมากมาย
ก็พอไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะ 
ในช่วงปิดเทอมที่แล้วที่ผ่านมา อยู่ดีๆก็เกิดอาการอยากพัฒนาภาษาครับ เลยพยายามหาวิธีการต่างๆ ที่จะสามารถช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ ครับ ก็คงเคยได้ยินหลายๆวิธีนะครับ ง่ายที่สุดก็คือไปเรียนใช่มะ เรียนเยอะๆ เดี๋ยวก็พัฒนาขึ้นเอง เรียนให้ครบทุกทักษะ พูด ฟัง อ่าน เขียน หรือการไปเมืองนอก ซึ่งเป็นวิธีที่ผมว่าดีที่สุดเลยครับ แหะๆ แต่ที่พูดถึงทั้งหมดนั้นอาจจะเป็นวิธีที่ค่อนข้างมีข้างใช้จ่ายสูงทีเดียว และโดยเฉพาะการเรียนด้วยแล้ว ไม่ต้องพูดถึง โคตรน่าเบื่อเลยถ้าเรียนไม่ตรงจุด ถูกไหมครับ … พูดไปแล้ว เราก็เรียนภาษามาตั้งแต่เด็กๆ (ผมเชื่อว่าเดี๋ยวนี้อาจจะเริ่มที่ประถมแล้ว) แต่ทำไมเราสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นภาษาที่ 2 ได้ ทั้งๆที่ ภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งผมก็เพ่งตระหนักได้เหมือนกันครับ เหมือนกับเป็นสิ่งที่เราควรมีติดตัวครับ ไม่ว่าคุณจะทำอะไร มีอาชีพอะไรก็ตามครับ เพราะตอนนี้โลกเปิดกว้างมากจริงๆ และเครื่องมือที่จะทำให้เราอยู่ได้บนโลกกว้างๆ ใบนี้ได้ก็คือภาษาอังกฤษเลยครับ
เอาหล่ะ ด้วยความที่ผมก็ไม่มีทุนทรัพย์มากมายจะไปเรียน หรือไปเมืองนอก ก็ต้องหาวิธีอื่นเอาหล่ะครับ ผมมีเพื่อนที่เก่งภาษาหลายคนครับ ทั้งคนที่เคยไปเมืองนอกมา คนที่ไม่ไปเมืองนอก ซึ่งเขาเก่งภาษาอังกฤษได้ด้วยตัวเองครับ โดยผมก็ไม่รอช้าที่จะไปถามเทคนิคจากเพื่อนๆ และที่ได้ๆมา คือ อ่านเยอะๆ ครับ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หนังสือเรียน (ภาษาอังกฤษนะ) อ่านไปเถอะ ต่อมาก็ฟังเพลง ซึ่งถ้าเราอยากรู้เรื่องว่าเพลงสื่ออะไร เราก็จะแปลเื้นื้อเพลงครับ แถมการฟังเพลงยังได้การออกเสียงด้วยครับ ต่อมาอีกก็ดูหนังครับ เป็นวิธีผ่อนคลายที่ดีด้วย แถมเป็นการฝึกฝนทักษะการฟังด้วยครับ และยังมีอีกหลายๆวิธีครับ ซึ่งเราสามารถนำมาผสมผสานให้เหมาะกับเราได้ครับ ซึ่งทั้งหมดนี้ มันขึ้นกับความตั้งใจ ความขยัน และความสม่ำเสมอ ของเราด้วยครับ ที่จะผลัีกดันให้เราเป็นคนเก่งภาษาได้
ผมก็ลองมาเยอะนะครับ แต่เพราะความตั้งใจ ความสม่ำเสมอมันต่ำครับ เลยไม่เคยทำอะไรสำเร็จ แต่ผมก็มาดูๆแล้ว อย่่างเราเนี้ยชอบดูหนังฟังเพลงครับ ชอบทำอะไรที่มันสนุกสนานครับ ผมก็เลยเริ่มหันมาดูหนัง DVD ครับ ซึ่งมันเป็น English soundtrack และหันมาหาเพลงภาษาอังกฤษฟัง โดยเริ่มจากเพลงที่คุ้นหูครับ แล้วก็เริ่มตามสมัยด้วยเพลงฮิตๆ ครับ ในช่วงที่ผมดูหนัง DVD ผมก็พยายามมองหาหนังสนุกๆ เรื่องใหม่ๆเสมอ แล้วก็ได้ไปพบกับ Series เข้าครับ เรื่องแรกที่ผมไปปิ้งเข้า คือ Heroes ครับ ซึ่งผมดูโฆษณาจากช่อง Star world ครับ ก็เลยไปหามาดูครับ ปรากฏว่ามันมีแรงดึงดูดมากเลยครับ มันสามารถทำให้เราติดตามต่อไปเรื่อยๆได้ครับ แล้วก็จดจ่อดีครับ หลังจากที่ผมดูซีรีย์เรื่องนี้แล้ว ผมก็ติดใจเลยหาเรื่องใหม่มาดูอีกครับ แล้วผมก็ค่อนข้างติดมากๆเลยครับ เหอๆ….
ยังไงก็ตาม ที่ผ่านมา ผมก็รู้สึกว่่าเห็นพัฒนาการของตัวเองครับ ว่าเราดีขึ้น แต่ไม่ใช่เพราะดูซีรีย์ ฟังเพลง อย่างเดียวนะครับ เพราะทักษะที่ได้เนี้ยก็ได้ไม่เยอะมากเท่าไรหรอกครับ พูด แทบไม่ได้เลยถูกไหม เขียน ไม่มีเลย อ่าน มีบ้างนิดหน่อย ส่วนฟังอาจจะค่อนข้างเยอะ แต่เชื่อมผมเถอะ ถ้าเราเปิดซับ มันก็ได้ไม่เยอะเท่าไรหรอกครับ สิ่งที่ได้เยอะๆจริงๆ คือ วัฒนธรรมของฝั่งนู้น เลยครับ ซึ่งการฝึกทักษะอื่นๆ เราสามารถทำได้โดยวิธีอื่นๆครับ เช่น พูด ผมใช้วิธีการร้องเพลงภาษาอังกฤษครับ หรือการพูดกับตัวเองบนหน้ากระจกครับ โดยเคร่งเรื่องการออกเสียงที่ถูกต้องครับ มันจะช่วยให้เราพูดได้ดีขึ้น การอ่าน เขียนก็ต้องฝึกนานๆ เยอะๆครับ จดคำศัพท์ที่เราไม่รู้จักไว้เยอะๆครับ เข้าใจมันให้ได้ครับ ภาษาอังกฤษมีคำศัพท์เยอะ ความหมายคล้ายๆกัน (บางที่เหมือนกัน แต่ก็ใช้คนละกรณีครับ) ก็ยังไงใครที่อยากเก่งๆ ก็ฝึกเยอะๆเอานะครับ ไม่เกินความสามารถเราหรอก ผมก็อยู่ในช่วงพัฒนาตัวเองอยู่ ก็หวังว่ามันจะดีเข้าสักวัน ผมก็หวังว่าทุกคนจะดีขึ้นเช่นกัน
ย้าว ฮู้ …. !!
มีโอกาสได้เข้าไปแข่งขัน Network sucurity contest ระดับภาคอีสานที่เพิ่งมีการจัดการแข่งขันครั้งแรก แหะๆ เพราะอาจารย์เอาคะแนนมาล่อไว้ เพื่อนที่ลงเรียนก็แข่งกันร่วมๆ กี่ทีมไม่รู้ โดยการแข่งขันรอบแรกเริ่มจากการสอบข้อเขียน เขาแข่งเป็นคู่อ่ะ ก็ประมาณว่าเอาคะแนนสองคนมารวมกันมั้ง ใครเยอะๆ ก็เข้ารอบ ซึ่งรอบสอบข้อเขียนมีทีมที่เข้ารอบทั้งหมด 5 ทีมเป็นทีมเพื่อนๆเข้ารอบ 3 ทีม ซึ่งรวมที่โผมด้วย !! (แอบเข้ารอบว่ะ ดีใจๆ) ส่วนอีกสองทีมเป็นทีมจากขอนแก่น 1 ทีม และ โคราช 1 ทีม ซึ่งเป็นรอบชิงชนะเลิศ เป็นการแข่งปฏิบัติ ก็ไม่ได้ซีเรียสไรมากมาย กะว่าจะไปขึ้นดอย แล้วก็สมหวังเลย เำนื่องจากไม่ได้เตรียมตัวไรมากมาย เลยโดนเข้าเต็มๆ
โจทย์คือให้เราเจาะระบบ Wireless ที่เข้ารหัสด้วย WEP 1 วง กับ WPA อีก 1 วง ซึ่งในแต่ละวงจะมี โจทย์ให้ต่อไปอีก อันแรกคือ ให้เราเจาะระบบเข้าไปใน เครื่องที่ใช้ Windows แล้วไปสร้าง User ไว้ในเครื่องนั้น อีกอัน เครื่องเป้าหมายเป็น เครื่อง Windows server (พี่เค้ามาบอกตอนหลังว่าเป็น Windows server 2000 ไม่เคยทำการ patch ใดๆ เลย ช่องโหว่มันน่าจะเยอะเนาะ) ซึ่ง Windows server ตัวนี้เป็นเปิด ftp ไว้ ซึ่งเขาให้ทำอะไร ผมก็จำไม่ได้แล้ว แต่เอาเป็นว่า กลุ่มผมไม่สามารถเจาะระบบ Wireless ได้ …. ที่จริงแล้ว ไม่มีใครเจาะเข้าไปได้เลยด้วยซ้ำ ซึ่งพี่เขาก็มีการขายรหัสด้วยการติดลบคะแนน ซึ่งทุกคนเอาหมด เหลือกลุ่มผม เนื่องจากว่าไม่มั่นใจว่าหลังจากเข้าไปในระบบแล้วจะสามารถ ทำต่อได้หรือเปล่า เนื่องด้วยไร้การเตรียมตัวอย่างสิ้นดี โปรแกรมที่เตรียมไปมีอย่างเดียว คือ aircrack ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับเจาะระบบ Wireless ซึ่งก็ยังใช้ไม่คล่องอีก ขอเกิ่นก่อนว่าเมื่อเดือนสองเดือนก่อนที่บ้านซื้อ Wireless Router มาใหม่ เลยอยากลอง Hack ดูเลยไปปรึกษา Google ซึ่งได้คำตอบเป็นโปรแกรมตัวนี้ แล้วมันก็บังเอิญมีติดไว้ในเครื่อง (ออกแนวโชคดี) แต่ผมก็แฮกไม่สำเร็จอยู่ดีนั้นแหละ นั่งจนหมดเวลา เพราะถ้ายังไงเข้าไปในเครือข่ายได้แล้ว ก็ไม่รู้จะทำไงต่อ เพราะไม่มี Tools เลย เน็ตก็ห้ามใช้ อากู๋ Google ไม่สามารถช่วยได้ เหอๆ และเมื่อการแข่งขันจบลง …



ก็สรุปได้ว่าไม่มีใครสามารถทำได้เลย … หลังจากสอบเสร็จก็ออกไปทานขนมที่พี่เขาซื้อมาให้กิน อิ่มอร่อยเลย ต่อจากนั้นมีรับประทานอาหารด้วย เป็นอาหารอีสาน ออกแนวหรู่นะเนี้ย … มีวงดนตรีเล่นเพลงให้ฟัง ออกแนวงานเลี้ยง 555+ แล้วเขาก็ประกาศรางวัล เพื่อนสายผม จ๊อกกี้กับน็อต ได้ที่ 1 สาเหตุเพราะเขามี Tools เยอะ เตรียมมาดี ที่สองเป็นของ ทีมจากขอนแก่นอีกที่หนึง ที่สามเป็นเพื่อน ต้อมกับเล็ก ส่วนผมกับเพื่อนอีกคนบิว ได้รางวัลชมเชย และรางวัลสปิริตเป็นของเพื่อนที่มาจากโคราช (สรุปได้รางวัลทุกคน) อย่างไรก็ดี ยินดีกับเพื่อนๆ ทุกคน ตอนนี้ก็ได้แนวทางมาแล้ว เอาไว้ลุยใหม่ระดับประเทศ สำหรับเพื่อน COE ทุกคนก็อยากให้มาลุยกันอีกรอบนะ สนุกดีๆ
สุดท้าย … ขอขอบคุณอาจารย์กิตต์ที่บังคับให้มาแข่ง ทำให้พวกเราได้เปิดโลกอีกหน่อย ทำให้รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ขาด อะไรคือสิ่งที่ต้องเพิ่มเติม ขอบคุณครับ
ตบท้ายหน่อยซิด้วย เดอะ ลิเวอร์พูล เอฟซี ไม่้รู้จริงเลย ว่าราฟาคิดอะไรอยู่ จัดมาได้ไงแบบนี้ ดูแล้วเซงชิบเลย ตอเรสก็มาเจ็บด้วย แย่นะเนี้ยแบบนี้ … บังเอิญไปเห็นอีกรูปหนึ่ง แฟนแอสตั้น แมร้งคงแค้นจัด จัดป้ายสวยๆ มาให้หนึ่งอัน เขียนข้อความบรรยายความเป็นตัวตนของราฟา โห๊ะ เยี่ยม …!


โอ้โห…!! วันเสาร์ที่ผ่านมา ช่างเป็นวันที่เชียร์กีฬาสนุกจริงๆ หายใจแทบไม่เป็นจังหวะ เำพราะมันเร้าใจจริงๆ
เริ่มแรกด้วยมวยสากลสมัครเล่น รุ่นฟลายเวท ตอนหลังเคารพธงชาติ “สมจิตร จงจอหอ” ต้องยอมรับจริงๆ เลยว่าลุ้นสุดๆ หวังลึกๆ ว่ามันต้องทอง แล้วก็คิดว่าท่าจะมัน เพราะ สมจิตรให้สัมภาษณ์ว่า สูสี …. เอาซี้ ยกแรกสมจิตรก็โชว์ความเมพ (เมพ = เทพ) แล้วนำไป 2-0 …จะว่าไป สมจิตรเป็นมวยเมพจริงๆนะ ประทับใจการต่อยมากๆ ต่อยแต่ละมัดชัวร์ๆ ทั้งนั้น เป็นแต้มไปหมด กำลังวังชาไม่มีหมด ยืน 4 ยกได้ออย่างสบายๆ พอยกสองสมจิตรโชว์ความเมพกว่าเดิมอีก คะแนนอย่างกับน้ำ ไหลมาไหลมา จาก ต้นๆก็ตื่นเต้น ลุ้นหนัก พอจบยกสองนี่ชิลได้เลย เพราะถ้าต่อยแบบนี้ก็เอาเหรียญมาเหอะ … และแล้วก็ได้มาจนได้ “เหรียญทองโอลิมปิก”
ขอแสดงความยินดีอย่างสุดซึ้งเลย … เป็นสิ่งที่สง่ามงามมากในการลาสังเวียนของสมจิตร ของแบบนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นกับหลายๆคน แต่มันเกิดขึ้นกับสมจิตร แต่ก็ไม่ได้เพราะโชควาสนาอีกนั้นแหละ มันมาจากตัวเขาทั้งนั้น ทุกอย่างที่เค้าทุ่มเททำ ผลอย่างนี้คือสิ่งที่เขาควรได้รับจริงๆ
มวยคู่ต่อมาเป็นมนัส คู่นี้พูดตามตรงว่า เหมือนเชียร์ตามหน้าที่ ลุ้นไม่เยอะเท่าสมจิตร เพราะราคาคุยมันต่างกับสมจิตร ราคาคุยเจ้านี้ค่อนข้างสูง ก็เลยไม่ค่อยน่าห่วงมั้ง … ดูยกแรก โอเคหล่ะ สูสีๆ แต่พอยกสอง เริ่มไม่ไหวแล้วหล่ะ หนักๆ บอกตามตรงว่า ชนะยากแล้ว หมดคำจะพูดกับราคาคุยที่ให้ไว้ พอยก 3 เริ่ม ขอลุ้นอย่างเดียวว่า ขอให้อย่าน็อค เพราะว่าเดี่ยวขายขี้หน้าเขา ขอให้ชกจบยก 4 ถึงแต้มขาดแต่ยืนครบ 4 ยกก็ยังจบสง่ากว่า … และในที่สุดครบ 4 ยก ก็พ่ายแกนักชกโดมินิกัน ได้แค่เหรียญเงิน … ก็ขอแสดงความยินดีกับมนัส หวังว่าจะสามารถเป็นคนใหม่ได้จริงแบบที่พูดไว้ โชคดี

สุดท้าย… ของวันนี้ ด้วยฟุตบอลพรีเมียร์ คู่ระหว่าง หงส์แดง ลิเวอร์พูล ปะทะ มิดเดิ้ลโบร์ว … ตามสถิติแล้วแมทนี้ดูไม่น่ากังวลใจเท่าไรสำหรับแฟนหงส์ แต่พอดูแล้ว ถึงกลับต้องลุ้นเลยทีเดียว โดนนำไปก่อน 1-0 ด้วยลูกยิงแบบเด็ดดวงของมิโด้ เรน่าก็เรน่าเหอะ กองหลังปิดไม่ดี … หลังจากนั้น กรรมการก็ถั่วกิน มีลูกได้เปรียบลูกหนึ่ง พี่เจิดถูกทำฟาวไปหล่ะ แต่ เดิร์ก ค้อย เก็บลูกได้ อุตส่าแหวกเข้าไปในกรอบได้ แล้วกำลังจะเปิดย้อนหลัง น่าลุ้นทีเดียว แมร้งเสือกเปาหยุดเกม เป็นฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษประมาณ พี่เจิดแปอย่างแรงและสวย แต่โกล เสือกปัดได้ เซง แค่นั้นไม่พอ มีถั่วอีก แต่ถั่วนี้ให้อภัย … ชาบี้เปิดบอลแล้วไปติดแขน เต็มๆ !! แถวๆ นอกกรอบเขตโทษ แต่ไม่เปาว่ะ เจมมี่ก็เลยรีบมาคว้าบอล โยกหลบ 1 ที แล้วซัดลูกบอลเต็มตีน ลูกวิ่งไปชนโปกาเตตหักมุม เข้าไปตุงตาข่าย … ไชโยซิ ตีเสมอได้แล้ว อย่างน้อยก็ไม่แพ้ว่ะ เพราะจากรูปเกมชวนให้ นะ … แต่บอกตามตรงว่าตอนนั้นคิดว่า ยังไม่หมดเวลา ขอโลภหน่อย อยากชนะๆ แอบหวังว่ามันจะมีโอกาส … พี่แกจัดให้จริงๆ หลังจากกรรมการโชว์ว่า ทด 3 นาที มีการหน่วงเวลาของโบโร่ขึ้น ด้วยว่ามันมีคนเจ็บ ไม่รู้เจ็บมั่วเปล่า (จนเป็นสาเหตุที่ว่า สมควรจะทำทดให้เป็น 4 นาทีอยู่หรอก) ช่วงท้ายเกมสุดๆ นาทีที่ 92:xx เก็บทำท่าจะแพ้เพราะ เรน่าแป๊ก แต่ก็รอดได้ จากนั้น ชุดเกือบสุดท้าย ชาบี้ เปิดบอลยาวไปหน้ากรอบเขตโทษโบโร่ แล้วคีนพักลูก แล้วเตะเบาเปิดให้พี่เจิดที่วิ่งมา ซัดเต็มๆ !! แล้วก็เป็นประตู … เฮซิ !!!!!!!!!!!! อะไรเนี้ย เร้าใจ…!! ไม่น่าเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ สุดๆไปเลย
Pics from : http://www.soccersuck.com



Latest Comments